วันนี้ไปมีทแอนด์กรี๊ดกับทงบังมาแล้ว
เหมือนฝัน ความรู้สึกจนกระทั่งในตอนนี้ก็ยังอึ้งๆอยู่เลย
มันเป็นช่วงเวลาที่แป๊บเดียวมากๆ แต่ว่า... มันเป็นโลกส่วนตัวที่ยาวนานมากสำหรับเรา
ในช่วงวินาทีนั้น เหมือนกับทั้งโลกมีเพียงแค่เราสองคนเท่านั้น เราไม่ได้สนใจมองคนอื่นเลย ด้วยความที่มีปัญหานิดหน่อยเพราะเพื่อนเราหยุดที่เซีย ยุนเลยว่าง ทีนี้เราก็ไม่ได้หยุด ขาเราเดินตรงไปที่ชางมิน สายตาจับจ้องแค่ชางมินเท่านั้น แล้วก็ยื่นโปสเตอร์ที่เขาเอาไว้ให้เซ็นให้กับชางมินเลย
(ตอนแรกเตรียมไว้ในใจตอนที่นั่งรอคิวอยู่แล้วล่ะว่า จะสวัสดีค่ะ แล้วก็ยิ้มให้ชางมิน แล้วก็ค่อยขอบคุณค่ะ)
แต่เวลาจริง...
เรา: K-E-S
ชางมิน: (เงียบ... ก้มหน้าก้มตาเซ็น ข่าวจากเจ้เบียร์ที่ถูกตัดแถวอยู่ด้านข้างบอกว่า ชางมินยิ้มไปด้วย)
เรา: (ยังคงย้ำคำเดิม ด้วยน้ำเสียงที่ชัดกว่าเดิม) K-E-S
ชางมิน: (ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาเซ็นต่อไป) Your name?
เรา: Yes! Kes! (เพื่อนๆคะ ต่อแต่นี้ไปเรียกเราว่า เคส นะคะ 555+)
ชางมิน: (ก็ยังคงเซ็นต่อไป)
เรา: Oppa...
ชางมิน: (เงียบ พี่แกยังเซ็นไม่เสร็จ)
เรา: Changmin oppa...
ชางมิน: Hmm? (อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก พี่เค้าตอบเราว่า "หืม" อ่ะ !!!! เกศสินีแทบดับอยู่แถวนั้นค่ะ !!! .... แต่ก็ยังคงก้มหน้าเซ็นไม่เสร็จซะที)
เรา: (ชักเริ่มรู้สึกว่ามันจะเซ็นอีกนานมะ) Changmin oppa (เน้นเสียงกว่าเดิมเล็กน้อย)
ชางมิน: (เงยหน้าขึ้น สบตากัน แล้วยิ้ม)
แต่ด้วยความที่ความใฝ่ฝันของเรามีเพียง "ได้มองตากัน" และ "ได้บอกให้ชางมินดูแลสุขภาพให้ดี" เท่านั้น จึง...
ไม่ได้มองอย่างอื่นนอกจากดวงตาของชางมิน (=[]=) มีแฟนคลับคนไหนงี่เง่าโง่ได้เท่าเราอีกรึเปล่าคะ !!!
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชางมินยิ้มรึเปล่า แต่เจ้เบียร์ที่ยืนมองเหตุการณ์และคนอื่นในฮอลล์ก็บอกว่า ชางมินยิ้ม (แล้วทำไมชั้นไม่มองงงงงงงงงงงง)
เรา: Please take care of yourself, okay? (ชั้นจะบ้ากับคำพูดของตัวเอง จะใส่โอเค๊? ไปเพื่อออออ)
ชางมิน: (ยิ้มรับ พยักหน้าหน่อยๆ แล้วยื่นโปสเตอร์ให้)
เราก็เลยเดินลงไปจากเวที โดยไม่มองยุน (=[]=) ทำไมเราถึงไม่เก็บรายละเอียดอะไรมาบ้างเลยยยยย พอก้าวลงจากเวทีเท่านั้นแหละ เอามือปิดปากร้องไห้ก่อนเลย แล้วอีกสิ่งที่คิดขึ้นมาได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไปไม่ถึงที่นั่งก็คือ...
ลืมจับมือ. . . (=[]=) !!!
คือ ... เอิ่มมม แบบว่านะ เอาเหอะ เหอๆๆๆ เสร่อซะไม่มีอ่ะ
ทีนี้ ด้วยความที่ไม่เค้ยยยไม่เคยเก็บรายละเอียดอะไรมาเลย แถมต้องมานั่งรู้สึกผิดอีกว่า ตายแล้ว ที่ของยุนว่างนะ แต่เราไม่เดินเข้าไป ออกแนวว่า ตามจริงต้องได้ชางมิน เพราะฉะนั้น ชั้นก็จะเอาชางมิน อย่างนี้อ่ะ (-*-) สงสารยุน รู้สึกผิด ขอโทษนะคะ ไม่ได้เกลียดพี่นะ แต่ตอนนั้นขาหยุดที่ชางมินแบบไม่ต้องคิดเลย
คุยไปคุยมากับคนอื่น เขาก็ปลอบใจทำนองว่า ดีแล้ว ให้ชางมินได้เจอแฟนคลับที่รักชางมินจริงๆบ้างก็ดีเหมือนกัน เพราะอย่างที่หลายๆคนก็รู้กันว่า ในทงบังชินกิทั้งหมด คนที่มีแฟนคลับน้อยที่สุดก็คือชางมิน (ชั้นไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไม) ถึงกับถูกแฟนคลับพูดไม่ดีใส่ก็เคยประจำ แถมพอเราออกมาจากห้องมีท ก็มีคนป่าวประกาศว่า "มีใครอยากแลกลายเซ็นต์ของชางมินกับยุนบ้าง" คือเราก็อยากจะเดินไปถามอ่ะนะว่า ทำไมคุณถึงคิดอยากจะแลก ในเมื่อวินาทีนั้นๆที่เขาเซ็นอยู่ เขาเซ็นให้คุณ เซ็นเพื่อคุณ แต่ทำไมคุณถึงไม่คิดอยากจะเก็บเอาไว้ ทั้งๆที่เขาทำเพื่อคุณ
อืม ต้องขอบคุณการ์ดที่หยุดแถวทุกคนเอาไว้ คือเราไม่ได้สนใจเลยว่ามีเรื่องอะไรอยู่ด้านหลัง พอลงมานั่นล่ะถึงได้รู้ว่า ชั้นเด่นมากกกกก ไม่มีใครนอกจากเรากับชางมินที่ขยับตัวเพราะมัวแต่อึ้งกับเหตุการณ์วุ่นวายนั้น มันเลยเหมือนโลกส่วนตัวเพราะแบบนี้ด้วยล่ะมั้ง
ดีใจที่เจ้เบียร์บอกว่า เราพูดไปก็ยิ้มไป คือเราไม่รู้ตัวแล้วว่าทำหน้ายังไงอยู่ นึกว่าทำหน้านิ่งซะอีกเพราะนึกอะไรไม่ออกแล้ว เจ้เบียร์บอกว่าเราพูดไปยิ้มไป ส่วนชางมินก็เซ็นไปอมยิ้มไป เราดีใจมากจริงๆนะที่ได้รู้แบบนี้ มันเป็นเหมือนฝันเลยนะ ช่วงเวลา ณ วินาทีนั้นน่ะ
แล้วเราก็ไม่ได้รู้สึกไปเองที่ว่าชางมินเซ็นลายเซ็นต์ในเรานานเว่อร์ อยากจะรู้เหมือนกันว่าอะไรนักหนาคะที่รัก เก็ตปะคะว่าหนูอยากมองตาพี่แล้วพูดในสิ่งที่หนูอยากจะพูด ไม่ใช่ให้พี่ก้มหน้าก้มตา "หืม?" เรื่อยๆ 555+ แต่พี่น่ารักจริงๆ เพียงแค่สองประโยค "Your name?" กับ "Hmm?" ของพี่น่ะนะ ทำให้หนูประทับใจและจะจดจำทุกเสี้ยววินาทีที่ได้อยู่ต่อหน้าพี่ไปจนวันสุดท้ายของชีวิตหนูเลย...
พี่คะ ในวันนี้ พี่ทำให้หนูตระหนักกับตัวเองอย่างชัดแจ้ง ว่าหนูจะไม่สามารถรักใครมากไปกว่าพี่ได้อีกแล้ว และพี่จะเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่หนูรัก ณ วินาทีนี้ ไม่มีผู้ชายคนไหนสามารถทดแทนพี่ได้อีกแล้วสำหรับหนู
พี่คะ หนูสัญญานะ หนูจะเป็นผู้หญิงที่คู่ควรกับพี่ให้ได้ รอหนูนะ สักวัน หนูจะไปหาพี่เอง
รักพี่มาก